กลับไปด้านบน

ข้อควรพิจารณากรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus / COVID-19) สำหรับ: ผู้บริโภค

ปรับปรุงล่าสุด
ปรับปรุงล่าสุด 3 สิงหาคม 2020
ปรับปรุงล่าสุด
หมวดหมู่ : การบริโภค

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้โรคดังกล่าวเป็นโรค "โรคติดต่ออันตราย" เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2563 และเนื่องจากได้มีการแพร่ระบาดที่พัฒนาอย่างรวดเร็วและกว้างขวางภายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลประกาศใช้มาตรการและแนวทางการดำเนินการเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 โดยคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ รวมไปถึงการประกาศข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยนายกรัฐมนตรี ตามลำดับ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งการประกอบธุรกิจทุกขนาด ในหลายอุตสาหกรรม รวมถึง ประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคทั่วไป ด้วย

  • การจำกัดการเดินทางเข้าประเทศ เช่น การกำหนดเงื่อนไขการเดินทางเข้าประเทศ
  • การสั่งให้ปิดสถานที่หรือสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวชั่วคราว เช่น สนามม้า สนามมวย สถานบันเทิง โรงภาพยนตร์ หรือร้านอาหาร (เฉพาะส่วนนั่งรับประทาน)
  • การงดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัย โรงเรียน หรือสถาบันกวดวิชา
  • การงดกิจกรรมที่เป็นการชุมชมของผู้คน เช่น คอนเสิร์ต งานแสดงสินค้า การจัดประชุมผู้ถือหุ้น กิจกรรมทางศาสนา
  • การรณรงค์ให้ประชาชนอยู่บ้าน (Social Distancing) และการรณรงค์ให้เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล (Physical Distancing)
  • การห้ามออกจากเคหะสถานภายในเวลาที่กำหนด (Curfew)

มาตรการและแนวทางเหล่านี้แม้จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวได้เป็นอย่างดี แต่ก็หลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การลดการเดินทางท่องเที่ยว การลดการใช้จ่ายทั่วไป การลดการใช้บริการทั่วไป ทำให้มี ประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคทั่วไปได้รับผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เช่น มีรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มีความจำเป็นต้องใช้สินค้าจำเป็นบางประเภทเพิ่มสูงขึ้นอยางมีนัยสำคัญ หรือไม่สามารถเดินทางไปไหนได้อย่างอิสระ

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดเช่นนี้ ประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคทั่วไปอาจมีข้อพิจารณาต่างๆ ดังต่อไปนี้

(1) ปัญหาผู้ประกอบการขายสินค้า/บริการราคาแพงและการกักตุนสินค้า/บริการ

ประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคทั่วไปอาจพบปัญหาผู้ประกอบการขายสินค้า/บริการราคาแพงและ/หรือการกักตุนสินค้า/บริการได้ ในกรณี ดังต่อไปนี้

(ก) หน้ากากอนามัย

เนื่องด้วยประชาชนมีความต้องการใช้หน้ากากอนามัยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกอบการคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดบางพื้นที่หรือนโยบายของสถานประกอบการบางแห่ง (เช่น ซูเปอร์มาร์เกตหรือร้านสรรพาหาร) มีข้อกำหนดให้ประชาชน สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะหรือเข้าไปภายในสถานประกอบการแห่งนั้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนั้น ทำให้มีความต้องการในการใช้หน้ากากอนามัยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเป็นพิเศษในช่วงระยะเวลานี้ ทำให้หน้ากากอนามัยมีราคามีราคาที่เพิ่มสูงขึ้นจากปกติอย่างมาก

อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ โดย คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้ประกาศให้ หน้ากากอนามัย เป็นสินค้าควบคุม และกำหนดราคาจำหน่ายปลีก หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical Mask) ที่ผลิตภายในประเทศ รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่เกินชิ้นละ 2.5 บาท และราคาจำหน่ายปลีกหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical Mask) ที่นำเข้าจากต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่อง การกำหนดราคาจำหน่ายและการแจ้งข้อมูลหน้ากากอนามัย

(ข) ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยส่วนบุคคล

เนื่องด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สามารถติดต่อได้ผ่านทางสารคัดหลังและเข้าสู่ร่างกายได้ตาม ปาก จมูก และตา ทำให้ ประชาชนทั่วไปรักษาความสะอาดเป็นพิเศษ ประกอบกับมาตรการการรณรงค์ให้ประชาชนล้างมือทำความสะอาดมือเป็นประจำไม่ว่าด้วยสบู่หรือผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ ดังนั้น ทำให้มีความต้องการในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยส่วนบุคคลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเป็นพิเศษในช่วงระยะเวลานี้ โดยที่ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น

  • ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ทำความสะอาด
  • ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ (เจลล้างมือ)
  • กระดาษชำระ
  • กระดาษเช็ดหน้า

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยส่วนบุคคลเหล่านี้ กระทรวงพาณิชย์ โดย คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้ประกาศให้เป็นสินค้าควบคุม หากผู้ประกอบการใด กักตุนสินค้าเหล่านี้ (เช่น ไม่นำสินค้าออกจำหน่ายตามปกติ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร) ย่อมมีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ

(ค) ผลิตภัณฑ์อาหารพื้นฐาน

เนื่องด้วย นโยบายการรณรงค์ให้ประชาชนอยู่บ้าน (Social Distancing) และการรณรงค์ให้เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล (Physical Distancing) ทำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านหรือที่พัก โดยไม่จำเป็น ทำให้อาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีวิธีการปรุงง่าย เก็บรักษาได้นาน ราคาถูก และมีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน เป็นที่ต้องการของประชาชนเช่นกัน ดังนั้น ทำให้มีความต้องการในผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเป็นพิเศษในช่วงเวลาเช่นนี้ โดยที่ ผลิตภัณฑ์อาหารพื้นฐาน เช่น

  • ข้าวสาร
  • ไข่ไก่
  • อาหารกึ่งสำเร็จรูป
  • อาหารกระป๋อง

ผลิตภัณฑ์อาหารพื้นฐานเหล่านี้ กระทรวงพาณิชย์ โดย คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้ประกาศให้เป็นสินค้าควบคุม หากผู้ประกอบการใด กักตุนสินค้าเหล่านี้ (เช่น ไม่นำสินค้าออกจำหน่ายตามปกติ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร) ย่อมมีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ

ประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคทั่วไป หากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าราคาแพงหรือการกักตุนสินค้าควบคุมเหล่านี้ สามารถร้องเรียนได้ที่ กรมการค้าภายใน ซึ่งเป็นหน่วยงานในการกำกับดูแลการขายสินค้า/บริการ (เช่น ราคาขายปลีก การชั่ง ตวง วัด) ทางวาจาต่อกรมการค้าภายในได้ที่หมายเลข 1569 หรือ ผู้บริโภคอาจจัดทำ หนังสือร้องเรียน ผู้ประกอบการเอาเปรียบผู้บริโภค กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อดำเนินการร้องเรียนอย่างเป็นลักษณ์อักษร

(2) การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจอง

ประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคทั่วไปอาจพบปัญหาการถูกจำกัดการเดินทางไม่ว่าการเดินทางภายในประเทศหรือการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจุดหมายปลายทางที่เป็นพื้นที่พบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งในกรณีเช่นนี้ ทำให้ผู้บริโภคที่ได้ทำการจองต่างๆ ไว้ล่วงหน้าก่อนการแพร่ระบาดไม่สามารถเดินทางตามกำหนดการจองเดิมได้ โดยที่การจองต่างๆ เช่น

  • เที่ยวบิน
  • โรงแรมหรือที่พัก
  • การนำเที่ยวหรือบัตรเข้าชมต่างๆ

ในกรณีที่ ผู้บริโภคมีความจำเป็นหรือได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ไม่สามารถเดินทางตามกำหนดการที่จองไว้ได้ (เช่น รัฐบาลมีคำสั่งห้ามเดินทาง หรือเที่ยวบินถูกยกเลิก) ผู้บริโภคที่มีความจำเป็นหรือได้รับผลกระทบเหล่านี้ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัย อาจขอ

  • ขอยกเลิกและขอคืนเงิน การจองหรือ
  • ขอเปลี่ยนแปลงกำหนดการจอง (เช่น เปลี่ยนแปลงวัน เวลา และ/หรือสถานที่ เดินทาง เข้าพัก หรือท่องเที่ยว)

โดย ผู้บริโภคอาจขอยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจองได้กับ ตัวแทนการจอง (Booking Agent) กรณีจองผ่านตัวแทนการจอง หรือผู้ให้บริการสายการบิน ที่พัก หรือผู้ให้บริการนำเที่ยวหรือสถานที่เข้าชม กรณีจองโดยตรงกับผู้ให้บริการเหล่านั้น

ผู้บริโภคที่ต้องการขอยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจองอาจจัดทำ หนังสือขอยกเลิก คืนเงิน เปลี่ยนแปลง เที่ยวบิน ที่พัก หรือแพ็กเกจท่องเที่ยว กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งให้แก่ตัวแทนการจอง (Booking Agent) หรือผู้ให้บริการสายการบิน ที่พัก หรือผู้ให้บริการนำเที่ยวหรือสถานที่เข้าชม แล้วแต่กรณี เพื่อขอยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจองเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ ตัวแทนการจองหรือผู้ให้บริการแต่ละรายอาจมี หลักเกณฑ์ วิธี ช่องทาง และเงื่อนไขในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจองที่แตกต่างกันไป

(3) มาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนทั่วไปจากภาครัฐ

ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประชาชนทั่วไปอาจมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากมาตรการของรัฐบาลต่างๆ ดังต่อไปนี้

(ก) มาตรการลดและ/หรือประวิงค่าใช้จ่าย เช่น การขยายระยะเวลาการชำระภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาปีภาษี 2562 การลดอัตราค่าไฟฟ้า และการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าและการใช้น้ำ

(ข) มาตรการลดภาระหนี้สิน เช่น การพักการชำระเงินต้น การลดอัตราดอกเบี้ย และการขยายระยะเวลาการชำระหนี้สินเชื่อเงินกู้กับสถาบันการเงิน เช่น หนี้เงินกู้สินเชื่อเพื่อธุรกิจกับธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารเฉพาะกิจต่างๆ (เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์) และโรงจำนำ

(ค) มาตรการเพิ่มสภาพคล่อง เช่น สินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ทั้งมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน

อนึ่ง ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบอาจศึกษามาตรการเยียวยาต่างๆ จากรัฐบาลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ของรัฐบาลไทย: มาตรการเยียวยาสำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไป

ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ อาจจัดทำ หนังสือขอความอนุเคราะห์ผ่อนผันการชำระหนี้ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งให้แก่สถาบันการเงินต่างๆ เพื่อขอพักชำระเงินต้น ขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ขอลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี สถานบันการเงินแต่ละแห่งอาจมีนโยบายและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการที่แตกต่างกันตามที่สถาบันการเงินกำหนด

นอกจากนี้ หากประชาชนดังกล่าวมีสถานะเป็น ผู้ประกอบการ พนักงาน/ลูกจ้าง และ/หรือลูกหนี้/ผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วย แล้วแต่กรณี บุคคลนั้นยังอาจมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากมาตรการของรัฐบาลอื่นๆ เพิ่มเติมโดยเฉพาะแต่ละประเภทอีกด้วย โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

แบบฟอร์มและตัวอย่างต่าง ๆ ที่สามารถดาวน์โหลดได้ในรูปแบบ Word และ PDF

ให้คะแนนคู่มือฉบับนี้