กลับไปด้านบน
สัญญาซื้อขายสินค้า กรอกแบบฟอร์ม

สัญญาซื้อขายสินค้า

ปรับปรุงล่าสุด
ปรับปรุงล่าสุด 21/06/2562
รูปแบบ
รูปแบบ Word และ PDF
ขนาด
ขนาด 12 ถึง 18 หน้า
คะแนน 4.8 - 2 คะแนนโหวต
กรอกแบบฟอร์ม

ข้อมูลเกี่ยวกับแบบฟอร์ม

ปรับปรุงล่าสุด 21/06/2562

ขนาด 12 ถึง 18 หน้า

รูปแบบที่มีให้ Word และ PDF

คะแนน 4.8 - 2 คะแนนโหวต

กรอกแบบฟอร์ม

ต้องทำยังไงบ้าง

1. เลือกแบบฟอร์มนี้

เริ่มต้นโดยการคลิกที่ "กรอกแบบฟอร์ม"

1 / เลือกแบบฟอร์มนี้

2. กรอกเอกสาร

ตอบคำถามบางข้อแล้วเอกสารของคุณก็จะถูกสร้างขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

2 / กรอกเอกสาร

3. บันทึก - พิมพ์

เอกสารของคุณพร้อมแล้ว คุณจะได้รับเอกสารดังกล่าวในรูปแบบ Word และ PDF ซึ่งคุณสามารถทำการแก้ไขได้

3 / บันทึก - พิมพ์

สัญญาซื้อขายสินค้า

สัญญาซื้อขายสินค้าหรือข้อตกลงการซื้อขายสินค้า เป็นสัญญาซื้อขายลักษณะหนึ่ง กล่าวคือ มีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ซื้อ และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ขาย โดยที่ผู้ซื้อตกลงซื้อสินค้ามาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง และมีการชำระราคาค่าสินค้าให้แก่ผู้ขาย โดยในการซื้อสินค้าดังกล่าวอาจมีวัตถุประสงค์ในการนำสินค้ามาใช้ส่วนบุคคลหรือในครัวเรือน (Private Use) เช่น ซื้อโทรทัศน์มาใช้ในบ้าน หรือการนำสินค้ามาใช้ในทางการค้า (Commercial Use) ก็ได้ เช่น ซื้อสินค้ามาเพื่อจำหน่ายปลีกต่อ (Retail) ซื้อสินค้าซึ่งเป็นวัสดุมาประกอบหรือซึ่งเป็นวัตถุดิบมาผลิตเป็นสินค้าชนิดใหม่และขายสินค้าใหม่นั้น (Manufacturing) เป็นต้น

แม้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดให้การซื้อขายที่มีมูลค่าซื้อขายกันเกินกว่า 20,000 บาท หากไม่ได้มีการวางมัดจำหรือชำระเงินไปบางส่วนแล้ว จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือและลงชื่อคู่สัญญาฝ่ายที่มีหน้าที่ จึงจะสามารถฟ้องร้องบังคับกันได้ อย่างไรก็ดีเพื่อความชัดเจนในเงื่อนไขสำคัญต่างๆ อันเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าแก่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายให้รู้และทราบถึงบทบาท สิทธิ และหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น คุณสมบัติของสินค้าที่ซื้อขาย จำนวนปริมาณ ราคาค่าสินค้า และเงื่อนไขการชำระราคาค่าสินค้า การขนส่งและส่งมอบสินค้า การรับประกันสินค้า การโอนกรรมสิทธิและความเสี่ยงภัยในสินค้า และเงื่อนไขอื่นๆ คู่สัญญาควรจัดทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรในทุกๆ กรณี ซึ่งจะช่วยลดข้อพิพาทและ/หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อขายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้เป็นอย่างมาก

 

การนำไปใช้

สัญญาซื้อขายสินค้าหรือข้อตกลงการซื้อขายสินค้า ผู้จัดทำควรพิจารณา ดังต่อไปนี้

  • ระบุ รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า เช่น จำนวน ปริมาณ รายละเอียดคุณสมบัติ คุณลักษณะเฉพาะ คุณภาพ มาตรฐาน แหล่งผลิต รูปภาพ สินค้าตัวอย่าง โดยหากรายละเอียดดังกล่าวมีเอกสารอ้างอิง เช่น แค็ตตาล็อก แบบรูปสินค้า คู่สัญญาก็ควรจะนำมาแนบเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา ด้วย
  • ระบุ รายละเอียดเกี่ยวกับราคาสินค้าและเงื่อนไขการชำระราคา เช่น วิธีการชำระเงิน การคำนวณค่าสินค้า ค่าภาษีต่างๆ ระยะเวลาการชำระเงิน โดยหากรายละเอียดดังกล่าวมีเอกสารอ้างอิง เช่น ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ คู่สัญญาก็ควรจะนำมาแนบเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญาด้วย
  • กำหนด รายละเอียดเกี่ยวกับการส่งมอบและขนส่งสินค้า เช่น สถานที่ส่งมอบ ระยะเวลาหรือกำหนดการส่งมอบ ผู้รับผิดชอบดำเนินการขนส่งและค่าขนส่งต่างๆ ค่าประกันภัยสินค้าในการขนส่ง วิธีและมาตรฐานการขนส่งโดยเฉพาะของสินค้า และขั้นตอน วิธีการตรวจรับ และการรับมอบสินค้าที่ซื้อขายนั้นๆ (ถ้ามี)
  • กำหนด เงื่อนไขและ/หรือเงื่อนเวลาการโอนกรรมสิทธิ์และความเสี่ยงภัยในสินค้าที่ซื้อขายนั้น
  • คู่สัญญาอาจตกลงกันให้คู่สัญญา ไม่ว่าผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือทั้งสองฝ่าย วางหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาหรือมัดจำด้วยก็ได้ เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้ซื้อและ/หรือผู้ขายจะปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาซื้อขายที่เป็นหน้าที่ของตน เช่น การชำระราคาสินค้าส่วนที่เหลือ ยอมรับมอบสินค้า ในกรณีที่ผู้ซื้อวางหลักประกัน หรือ การส่งมอบสินค้าตามคุณสมบัติที่กำหนด ส่งมอบสินค้าตามกำหนดระยะ ในกรณีที่ผู้ขายวางหลักประกัน โดยหลักประกันดังกล่าวไม่ว่ากรณีใด คู่สัญญาต้องวางไว้ให้ต่อกัน ณ วันทำสัญญาเท่านั้น จึงจะถือว่าเป็นมัดจำตามกฎหมาย มิฉะนั้น ในกรณี คู่สัญญาที่วางหลักประกันผิดสัญญา คู่สัญญาฝ่ายที่รับหลักประกันไว้จะยังไม่สามารถริบหลักประกันดังกล่าวได้ทันที
  • กำหนด เงื่อนไขอื่นๆ เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้า (ถ้ามี) เช่น เงื่อนไขการรับประกันความชำรุดบกพร่องของสินค้า (Warranty) นโยบายการคืนเงิน (Refund) การทดลองใช้ (Trial) การซื้อคืน (Repurchase) การเปลี่ยนคืนสินค้น (Replacement) ปริมาณการซื้อขั้นต่ำ (Minimum Order Quantity) ค่าปรับในกรณีต่างๆ (Penalty) เช่น ค่าปรับการชำระราคาล่าช้า ค่าปรับการส่งมอบไม่ถูกต้องและ/หรือล่าช้า การจำกัดการขายสินค้าและการบังคับขายสินค้าของผู้ขาย การสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในการใช้งาน (Product Support) การอบรมการใช้งานสินค้า (Training) และการรับรองการนำสินค้าไปใช้ตามวัตถุประสงค์
  • ในกรณีที่สินค้าที่ซื้อขายกันเป็นยานพาหนะ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือเรือ ผู้จัดทำควรเลือกใช้ สัญญาซื้อขายยานพาหนะ ซึ่งถูกร่างและมีข้อสัญญาที่เกี่ยวกับการซื้อขายยานพาหนะโดยตรง
  • คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายควรลงนามในสัญญา ซึ่งคู่สัญญาอาจจัดทำสัญญาเป็นสองฉบับหรือมากกว่า เพื่อให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายยึดถือไว้อ้างอิงได้อย่างน้อยฝ่ายละหนึ่งฉบับ และใช้เพื่อเป็นหลักฐานแห่งการนั้นด้วย ซึ่งในกรณีคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลผู้ที่ลงนามจะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจลงนาม และการลงนามต้องลงนามตามเงื่อนไขที่จดทะเบียนนิติบุคคลเอาไว้จึงจะผูกพันนิติบุคคลนั้นๆ โดยสามารถตรวจสอบผู้มีอำนาจลงนามและเงื่อนไขการลงนามของนิติบุคคลได้จากหนังสือรับรองที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ออกให้ เช่น กรรมการบริษัทสองคนลงนามร่วมกันและประทับตรา
  • คู่สัญญาแต่ละฝ่ายควรจะขอเอกสารแสดงตัวตนของอีกฝ่ายหนึ่งที่เจ้าของเอกสารลงนามรับรองสำเนาถูกต้องมาเก็บไว้ประกอบสัญญาฉบับที่ตนเองถือไว้ด้วย เพื่อสามารถอ้างอิงลายมือชื่อที่ลงไว้ในสัญญาว่าเป็นของบุคคลนั้นจริง เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทางที่รับรองสำเนาถูกต้องของคู่สัญญาผู้นั้น สำหรับคู่สัญญาที่เป็นบุคคลธรรมดา และสำเนาหนังสือรับรองบริษัทและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลที่ลงชื่อในสัญญานี้ บุคคล เช่น กรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้รับมอบอำนาจ ในกรณีที่คู่สัญญานั้นเป็นนิติบุคคลโดยเอกสารที่เป็นสำเนาและเป็นเอกสารของบุคคล ต้องให้บุคคลผู้เป็นเจ้าของเอกสารนั้นลงนามรับรองสำเนาด้วย ในกรณีที่เจ้าของเอกสารนั้นเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือรับรองบริษัท หรือสำเนาเอกสารอื่นใดที่เป็นของนิติบุคคล ผู้ลงนามและเงื่อนไขการลงนามรับรองสำเนาถูกต้องจะต้องเป็นไปตามผู้ลงนามและเงื่อนไขการลงนามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองด้วยเช่นกัน กล่าวคือ ผู้ลงนามและเงื่อนไขเหมือนกับการลงนามในสัญญา

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายการซื้อขาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

 

แก้ไขแบบฟอร์มได้อย่างไร

คุณกรอกแบบสอบถามสำหรับป้อนข้อมูลแล้วจะเห็นได้ว่าระบบของเราจะค่อย ๆ สร้างเอกสารขึ้นเองโดยอัตโนมัติตามคำตอบที่คุณกรอกเข้าไป

ในตอนสุดท้าย คุณจะได้รับเอกสารในรูปแบบ Word และ PDF คุณสามารถแก้ไขและนำเอกสารไปใช้อีกได้

กรอกแบบฟอร์ม