กลับไปด้านบน
สัญญากู้ยืมเงิน กรอกแบบฟอร์ม

สัญญากู้ยืมเงิน

ปรับปรุงล่าสุด
ปรับปรุงล่าสุด 26/09/2561
รูปแบบ
รูปแบบ Word และ PDF
ขนาด
ขนาด 6 ถึง 9 หน้า
คะแนน 5 - 3 คะแนนโหวต
กรอกแบบฟอร์ม

ข้อมูลเกี่ยวกับแบบฟอร์ม

ปรับปรุงล่าสุด 26/09/2561

ขนาด 6 ถึง 9 หน้า

รูปแบบที่มีให้ Word และ PDF

คะแนน 5 - 3 คะแนนโหวต

กรอกแบบฟอร์ม

สัญญากู้ยืมเงิน

สัญญากู้ยืมเงิน คือสัญญาที่ฝ่ายหนึ่งเป็นให้กู้ซึ่งให้ยืมใช้เงินแก่อีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่าผู้ยืมหรือผู้กู้ โดยทีผู้ยืมตกลงจะใช้คืนซึ่งเงินนั้น ตามเวลาและเงื่อนไขที่ได้กำหนดตกลงกัน โดยที่ผู้ให้กู้อาจได้สิ่งตอบแทนการให้กู้ยืมเงินนั้นเป็นดอกเบี้ย นอกจากเงื่อนไขเกี่ยวกับเงื่อนไขการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแล้ว ในสัญญากู้ยังระบุถึงเงื่อนไขการชำระคืน การชำระคืนก่อนกำหนด หลักประกันแห่งการกู้ เบี้ยปรับผิดนัด และรายละเอียดอื่นๆ ที่ผู้ให้กู้และผู้กู้ควรจะได้ตกลงกันไว้แต่แรกตั้งแต่การเริ่มกู้ยืมเงินกัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่ชัดเจนต่างๆ

 

การนำไปใช้

ในการกู้ยืมเงินกันเกินว่า 2,000 บาท กฎหมายกำหนดให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงจะสามารถฟ้องร้องบังคับกันได้ โดยจะต้องมีผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาลงลายมือชื่อไว้ป็นหลักฐานด้วย เนื่องจากในสัญญาคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ต่างต้องปฏิบัติซึ่งกันละกัน ดังนี้ ผู้ให้กู้และผู้กู้จึงต้องลงลายมือชื่อในสัญญากู้ด้วย เพื่อเป็นหลักฐานว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้น ได้ยอมรับและตกลงตมเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญากู้นี้แล้ว ซึงผูกมัดคู่สัญญาฝ่ยนั้นให้ต้องปฏิบัติตาม

นอกจากนี้กฎหมายยังกำหนดให้สัญญากู้ยืมเงินจะสมบูรณก็ต่อเมื่อผู้กู้ได้รับเงินต้นที่กู้ยืมไปแล้ว ดังนั้น ในสัญญาควรระบุให้ชัดเจนว่าในวันทำสัญญากู้นี้ ผู้กู้ได้รับเงินที่กู้ยืมไปแล้วหรือไม่ หากได้รับแล้วก็ควรระบุให้ชัดเจน หรือหากยังไม่ได้รับก็ต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะมีการชำระเงินให้ผู้กู้เมื่อไหร่และอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่ผู้กู้ยังไม่ได้รับเงิน หรือได้รับเงินแล้วแต่บางส่วน ในวันทำสัญญา โดยเมื่อมีการชำระเงินให้ผู้กู้ภายหลัง ควรจะมีหลักฐานการชำระและรับเงิน โดยผู้กู้ลงนามรับเงิน เพื่อเป็นหลักฐานว่าผู้กู้ได้รับเงินที่กู้นั้นไปแล้วตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญากู้ ซึ่งจะมีผลโดยตรงกับความสมบูรณ์ของนิติกรรมการกู้ยืมเงิน

อนึ่งสัญญากู้ยืมเงินและคู่ฉบับ กฎหมายกำหนดให้ต้องชำระอากรแสตมป์ ตามอัตราและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ฉนั้น หากได้มีการจัดทำสัญญากู้ยืมเงินขึ้น ผู้ให้กู้ (หรือผู้กู้ หากมีการตกลงผลักภาระหน้าที่การชำระอากรแสตมป์ให้ผู้กู้) จักต้องติดอากรแสตมป์ หรือนำไปชำระค่าอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน (ตีตรา) ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กรมสรรพากรกำหนด มิฉะนั้น หากมีการฟ้องร้องอันเกี่ยวกับสัญญานี้ ศาลจะไม่รับฟังสัญญาที่ไม่ได้ชำระอากรโดยสมบูรณ์เป็นพยานหลักฐาน อีกทั้ง ยังมีค่าปรับการไม่ชำระอากรแสตมป์ และอาจมีโทษทางอาญาอีกด้วย

ในการชำระคืนเงินต้น ที่ผู้กู้จะชำระคืนให้แก่ผู้ให้กู้ตามกำหนดเวลาชำระหนี้ที่ตกลงกันในสัญญา ผู้กู้จะต้องเรียกขอให้ผู้ให้กู้ออกเอกสารรับรองว่าผู้กู้ได้ชำระเงินที่กู้ตามสัญญานี้แล้ว เพื่อเป็นหลักฐานว่ามีการชำระคืนซึ่งเงินที่กู้ตามสัญญานี้แล้วด้วย

หลักประกันการชำระหนี้

  • ในกรณีที่มีการวางวางหลักประกันเพื่อประกันการชำระหนี้ของผู้กู้นั้น คู่สัญญาควรระบุให้ชัดเจนว่าหลักประกันที่ผู้กู้นำมาวางไว้ให้ผู้ให้กู้ยึดถือนั้นคือสิ่งใด เพื่อสามารถใช้อ้างอิงได้ ในกรณีที่มีการคืนหลักประกัน นอกจากนี้การวางหลักประกันนี้จะอยู่ภายใต้กฎหมายจำนำ ดังนั้น เงื่อนไข ข้อจำกัด และข้อปฏิบัติเกี่ยวกับทรัพย์สินที่นำมาวางไว้เป็นหลักฐานประกัน ไม่ว่าในขั้นตอนการวางหลักประกัน และการบังคับหลักประกัน เนื่องจากลูกหนี้ผิดสัญญา หรือผิดนัดชำระหนี้ จะต้องเป็นไปตามกฎหมายจำนำ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น ก่อนการบังคับจะต้องมีการแจ้งผู้กู้ทราบก่อนตามเวลาละเงื่อนไข การบังคับเอาทรัพย์สินที่วางจะยึดเอาเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้กูเลยไม่ได้ แต่ต้องนำไปขายทอดตลอดแล้วจึงนำเงินที่ขายได้มาหักหนี้ต้นเงิน ดอกเบี้ย ความเสียหาย ค่าธรรมเนียมการดำเนินการต่างๆ หรือในกรณีที่มรการวางหลักประการที่เป็นตราสาร จะต้องมีการแจ้งการวางหลักประกันนั้นเป็นหนังสือต่อผู้มีหน้าที่ตามตราสารนั้น หรือสลักหลัง หรือนำไปจดทะเบียน แล้วแตากรณีด้วย เป็นต้น และที่สำคัญการจำนำจะสิ้นสุดเมื่อผู้ให้กู้คืนหลักประกันนั้นแก่ผู้กู้ ดังนั้นหาก ผู้กู้ยังชำระหนี้ไม่ครบถ้วนตามสัญญากู้ ผู้ให้กู้ก็ไมควรคืนหลักประกับให้แก่ผู้กู้เพราะจะมีผลทำให้ การวางหลักประกันสิ้นสุดลง
  • ในการกู้ยืมเงินนอกจากการวางหลักประกันแล้ว ผู้กู้อาจจัดให้มีบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นผู้ค้ำประกันให้ผู้กู้เกี่ยวกับการชำระหนี้ตามสัญญาเงินกู้ได้อีกด้วย โดยทำเป็นหนังสือคำประกัน

ทั้งนี้ ในการการทำสัญญา นอกจากจะให้คู่สัญญาลงนามในสัญญาให้ครบถ้วน ซึ่งในกรณีคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลผู้ที่ลงนามจะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจลงนาม และการลงนามต้องลงนามตามเงื่อนไขที่จดทะเบียนนิติบุคคลเอาไว้จึงจะผูกพันนิติบุคคลนั้นๆ โดยสามารถตรวจสอบผู้มีอำนาจลงนามและเงื่อนไขการลงนามของนิติบุคคลได้จากหนังสือรับรองที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ออกให้ เช่น กรรมการบริษัทสองคนลงนามร่วมกันและประทับตรา

คู่สัญญาแต่ละฝ่ายควรจะขอเอกสารแสดงตัวตนของอีกฝ่ายหนึ่งที่เจ้าของเอกสารลงนามรับรองสำเนาถูกต้องมาเก็บไว้ประกอบสัญญาฉบับที่ตนเองถือไว้ด้วย เพื่อสามารถอ้างอิงลายมือชื่อที่ลงไว้ในสัญญาว่าเป็นของบุคคลนั้นจริง เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทางที่รับรองสำเนาถูกต้องของคู่สัญญาผู้นั้น สำหรับคู่สัญญาที่เป็นบุคคลธรรมดา และสำเนาหนังสือรับรองบริษัทและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลที่ลงชื่อในสัญญานี้ บุคคล เช่น กรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้รับมอบอำนาจ ในกรณีที่คู่สัญญานั้นเป็นนิติบุคคลโดยเอกสารที่เป็นสำเนาและเป็นเอกสารของบุคคล ต้องให้บุคคลผู้เป็นเจ้าของเอกสารนั้นลงนามรับรองสำเนาด้วย ในกรณีที่เจ้าของเอกสารนั้นเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือรับรองบริษัท หรือสำเนาเอกสารอื่นใดที่เป็นของนิติบุคคล ผู้ลงนามและเงื่อนไขการลงนามรับรองสำเนาถูกต้องจะต้องเป็นไปตามผู้ลงนามและเงื่อนไขการลงนามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองด้วยเช่นกัน กล่าวคือ ผู้ลงนามและเงื่อนไขเหมือนกับการลงนามในสัญญา

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดให้การกู้ยืมเงินตั้งแต่ 2,000 บาท ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้มีหน้าที่ตามสัญญา จึงจะสามารถฟ้องร้องบังคับกันได้ ดังนี้ การกู้ยืมเงินกันเกินจำนวนดังกล่าว จะต้องมีการทำเป็นสัญญา หรือหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อแสดงว่ามีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรว่ามีกู้ยืมเงินกันจริง

นอกจากนี้ กฎหมายได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมเงินในกรณีที่ผู้ให้กู้เป็นบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (เช่น ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์) ปัจบัน ไม่เกินร้อยละสิบห้า (15) ต่อปี ซึ่งหากมีการตกลงคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด นอกจากข้อตกลงเกี่ยวกับการคิดดอกเบี้ยจะเป็นโมฆะ ไม่สามารถใช้บังคับได้แล้ว (และลดลงมาเหลือเพียงร้อยละสิบห้าต่อปี โดยผลของกฎหมาย) ยังอาจมีความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 อีกด้วย

อายุความการเรียกร้องตามสัญญากู้ยืมเงินมีอายุ 10 ปี นับจากวันที่หนี้ครบกำหนดชำระ อย่างไรก็ดี หากผู้กู้ได้แสดงพฤติการณ์ที่แสดงว่ายอมรับการมีหนี้นั้นอยู่ ก็จะทำให้อายุความเริ่มนับจากวันที่มีพฤติิการณ์นั้นแทน เช่น ผู้กู้ทำและลงลายมือชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้ ผู้กู้ยอมชำระหนี้บางส่วน ผู้กู้ชำระดอกเบี้ย ผู้กู้วางหลักประกัน เป็นต้น

ในกรณีที่มีการวางวางหลักประกัน คู่สัญญาโดยเฉพาะผู้ให้กู้จะต้อง ปฏิบัตตามกฎหมายจำนำในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ด้วย

 

แก้ไขแบบฟอร์มได้อย่างไร

คุณกรอกแบบสอบถามสำหรับป้อนข้อมูลแล้วจะเห็นได้ว่าระบบของเราจะค่อย ๆ สร้างเอกสารขึ้นเองโดยอัตโนมัติตามคำตอบที่คุณกรอกเข้าไป

ในตอนสุดท้าย คุณจะได้รับเอกสารในรูปแบบ Word และ PDF คุณสามารถแก้ไขและนำเอกสารไปใช้อีกได้

กรอกแบบฟอร์ม

ต้องทำยังไงบ้าง

1. เลือกแบบฟอร์มนี้

เริ่มต้นโดยการคลิกที่ "กรอกแบบฟอร์ม"

1 / เลือกแบบฟอร์มนี้

2. กรอกเอกสาร

ตอบคำถามบางข้อแล้วเอกสารของคุณก็จะถูกสร้างขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

2 / กรอกเอกสาร

3. บันทึก - พิมพ์

เอกสารของคุณพร้อมแล้ว คุณจะได้รับเอกสารดังกล่าวในรูปแบบ Word และ PDF ซึ่งคุณสามารถทำการแก้ไขได้

3 / บันทึก - พิมพ์